Recent Stories

แนวโน้มการโจมตีทางไซเบอร์ 2018-2023 เมื่อค่าไถ่พุ่งสูงขึ้น 90% ใน 1 ปี

OGTeaser-cyberattack-trends-ransom-up-90-in-1-year.jpg
ในช่วงปี 2018 ถึง 2023 ภูมิทัศน์ของการโจมตีทางไซเบอร์ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ สืบเนื่องจากการใช้งานดิจิทัลที่เพิ่มสูงขึ้นและการขยายตัวของช่องโหว่ต่าง ๆ ในระบบ การโจมตีได้ปรากฏขึ้นในหลากหลายรูปแบบ โดยแรนซัมแวร์และฟิชชิงถือเป็นภัยคุกคามหลักที่ส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อโลกไซเบอร์

  

สถิติการโจมตีทางไซเบอร์: พัฒนาการในช่วงปี 2018-2020

ปี 2018 เป็นปีที่องค์กรต่าง ๆ ต้องเผชิญกับการเพิ่มขึ้นของการละเมิดข้อมูลและภัยคุกคามทางไซเบอร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคการเงิน การดูแลสุขภาพ และการค้าปลีก เมื่อก้าวเข้าสู่ปี 2020 สถานการณ์การโจมตีทางไซเบอร์ได้ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างน่าวิตก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเหตุการณ์แรนซัมแวร์ที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทางสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐ (FBI) ได้รายงานว่ามีการร้องเรียนเกี่ยวกับการฉ้อโกงและการหลอกลวงประมาณ 270,000 ครั้ง ซึ่งนำมาสู่ความสูญเสียทางการเงินอย่างมหาศาลจากอาชญากรรมไซเบอร์เหล่านี้ นอกจากนี้ ปี 2020 ยังเป็นปีที่มีการละเมิดข้อมูลเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยส่งผลกระทบต่อข้อมูลสุขภาพและข้อมูลส่วนบุคคลในหลากหลายอุตสาหกรรม
 

ภัยคุกคามใหม่ระหว่างปี 2021-2023

ในปี 2021 เกิดการเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายที่สำคัญเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวของข้อมูล อาทิ การบังคับใช้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบราซิล (LGPD) ในช่วงเวลาเดียวกันนี้ การโจมตีทางไซเบอร์ก็ได้พัฒนาความหลากหลายและความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ยกตัวอย่างเช่น การโจมตีแบบ Distributed Denial-of-Service (DDoS) ที่มุ่งเป้าไปที่ทรัพยากรของเครือข่าย และการโจมตีแบบ Man-in-the-Middle (MITM) ที่แทรกแซงช่องทางการสื่อสาร
เมื่อก้าวเข้าสู่ปี 2023 ภูมิทัศน์ของภัยคุกคามยังคงมีความซับซ้อนอย่างต่อเนื่อง มีรายงานว่าผู้ใช้ Android กว่า 300,000 รายได้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันที่มีโทรจันแฝงอยู่จาก Google Play Store สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายอันยืดเยื้อในการรักษาความปลอดภัยไซเบอร์บนอุปกรณ์มือถือ แนวโน้มนี้บ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงไปสู่การโจมตีที่มีเป้าหมายชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการใช้งานมือถือเพื่อทำธุรกรรมทางการเงิน
 

การโจมตีแรนซัมแวร์

ค่าไถ่เฉลี่ยที่เหยื่อต้องจ่ายได้เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จาก $812,380 ในปี 2022 เป็น $1,542,333 ในปี 2023 สะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบทางการเงินที่ทวีความรุนแรงจากการโจมตีเหล่านี้ ยิ่งไปกว่านั้น จำนวนเหยื่อแรนซัมแวร์ในเดือนมีนาคม 2023 เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สะท้อนให้เห็นถึงความเร่งด่วนในการนำมาตรการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่เข้มแข็งยิ่งขึ้นมาใช้
 

ภัยคุกคามไซเบอร์ที่เพิ่มขึ้น

ข้อมูลล่าสุดแสดงให้เห็นว่าการโจมตีทางไซเบอร์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วทั่วโลก โดยมีการโจมตีเครือข่ายขององค์กรเพิ่มขึ้น 30% ต่อสัปดาห์ในไตรมาสที่ 2 ของปี 2024 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2023 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอเมริกาเหนือ ซึ่งมีเหยื่อการโจมตีแรนซัมแวร์แบบเปิดเผยสู่สาธารณะถึง 58% ทั้งนี้ ภาคการผลิตได้รับผลกระทบมากที่สุด คิดเป็น 29% ของเหยื่อแรนซัมแวร์ทั่วโลก ภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกก็ตามมาติด ๆ โดยมีการเพิ่มขึ้นของเหตุการณ์ไซเบอร์ 23% สะท้อนให้เห็นถึงความซับซ้อนและความถี่ในการโจมตีทางไซเบอร์ที่เพิ่มขึ้นในทุกมุมโลก
 

พัฒนาการทางกฎระเบียบ

หน่วยงานกำกับดูแลระหว่างประเทศได้ให้ความสำคัญกับการบังคับใช้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลมากขึ้น โดยมีการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดในหลายประเทศ เช่น สหภาพยุโรป จีน และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ คาดการณ์ว่าการบังคับใช้กฎหมายใหม่เกี่ยวกับการรายงานเหตุการณ์ในปี 2024 จะเปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์ไซเบอร์และเพิ่มข้อกำหนดการปฏิบัติตามกฎระเบียบใหม่เข้ามา
การวิเคราะห์ในระดับภูมิภาค
 

ข้อกังวลเกี่ยวกับอาชญากรรมไซเบอร์

จากการสำรวจที่วิเคราะห์ภัยคุกคามทางไซเบอร์ทั่วโลก พบว่าเกือบ 40% ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่าอาชญากรรมไซเบอร์เป็นภัยคุกคามที่สำคัญที่สุดในกลุ่มผู้ที่มีศักยภาพในการโจมตี 6 ประเภท ความกังวลนี้เห็นได้ชัดเจนในประเทศเนเธอร์แลนด์ (56%) และจีน (50%) ขณะที่ภัยคุกคามอันดับที่สองคือการก่อการร้ายทางไซเบอร์และแฮกทิวิสม์ โดย 34% ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่ากังวลเรื่องนี้ ประเทศที่มีความกังวลสูงสุดได้แก่ สหราชอาณาจักร (41%) และจีน (40%)
 

ผลกระทบของเหตุการณ์ทางไซเบอร์

ผลการสำรวจชี้ให้เห็นว่าองค์กรต่าง ๆ ใน 3 ภูมิภาคได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญจากเหตุการณ์ทางไซเบอร์ โดยมีการหยุดชะงักในการดำเนินงาน (56% โดยรวม) ความเสียหายต่อแบรนด์ และการสูญเสียทางการเงินเป็นประเด็นที่น่ากังวลมากที่สุด ทวีปอเมริกามีรายงานผลกระทบด้านลบสูงสุดในทุกหมวดหมู่ โดยสหรัฐอเมริกามีอัตราการหยุดชะงักในการดำเนินงานสูงสุดที่ 66% ในทางกลับกัน ภูมิภาค EMEA มีผลกระทบน้อยกว่าในแง่ของการสูญเสียทางการเงิน โดยเฉพาะในเนเธอร์แลนด์ (63%) และเยอรมนี (60%)
 

กรอบการกำกับดูแล

แนวทางในการกำกับดูแลความปลอดภัยทางไซเบอร์มีความแตกต่างกันอย่างมากในแต่ละภูมิภาค สหรัฐอเมริกามีการกำกับดูแลที่เน้นเป็นรายภาคส่วนและกระจายอำนาจ ในขณะที่สหภาพยุโรปมีกรอบการกำกับดูแลที่เป็นหนึ่งเดียว โดยเน้นการคุ้มครองข้อมูลและความเป็นส่วนตัวผ่านกฎระเบียบ เช่น GDPR ส่วนภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกก็มีแนวทางที่หลากหลาย ตั้งแต่โมเดลที่เน้นการควบคุมโดยรัฐในจีน ไปจนถึงแนวทางความร่วมมือในญี่ปุ่น ความแตกต่างเหล่านี้ส่งผลให้การประสานงานระหว่างประเทศเกี่ยวกับความปลอดภัยไซเบอร์มีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น
 

การวิเคราะห์เฉพาะภาคส่วน

แนวโน้มเหตุการณ์ทางไซเบอร์ในแต่ละภูมิภาค
จากผลการสำรวจล่าสุด พบว่าองค์กรในยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา (EMEA) มีจำนวนเหตุการณ์ทางไซเบอร์สูงที่สุด โดย 20% ของผู้ตอบแบบสอบถามรายงานว่ามีเหตุการณ์เกิดขึ้นมากกว่า 11 ครั้งต่อปี ในกลุ่มประเทศ EMEA นี้ เยอรมนีและสหราชอาณาจักรมีอัตราการเกิดเหตุการณ์สูงสุดอยู่ที่ 25% โดยสำนักงานความมั่นคงข้อมูลของเยอรมนี (BSI) ได้ตรวจพบมัลแวร์มากถึง 553,000 รูปแบบในวันเดียวในเดือนกุมภาพันธ์ 2021
ในทางตรงกันข้าม ฝรั่งเศสกลับรายงานเหตุการณ์สำคัญน้อยกว่าค่าเฉลี่ยของภูมิภาค EMEA ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความแตกต่างในประสิทธิภาพด้านความปลอดภัยไซเบอร์ระหว่างประเทศในภูมิภาคเดียวกัน
สำหรับภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (APAC) สิงคโปร์โดดเด่นด้วยจำนวนเหตุการณ์ทางไซเบอร์ที่สำคัญน้อยที่สุดเพียง 8% ในขณะที่ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และจีนกลับมีอัตราการเกิดเหตุการณ์ที่สูงกว่า
 

บทสรุป

จากข้อมูลทั้งหมดที่ได้นำเสนอ เราสามารถเห็นได้ว่าภัยคุกคามทางไซเบอร์เป็นปัญหาที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วโลก ตั้งแต่ปี 2018 ถึง 2023 และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นต่อไปในอนาคต การโจมตีมีความซับซ้อนและหลากหลายมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งแรนซัมแวร์ที่สร้างความเสียหายทางการเงินอย่างมหาศาล
ความแตกต่างในการรับมือกับภัยคุกคามระหว่างภูมิภาคและประเทศต่าง ๆ ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการพัฒนาความร่วมมือระหว่างประเทศและการแบ่งปันแนวปฏิบัติที่ดีในการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ นอกจากนี้ การพัฒนากรอบกฎหมายและกฎระเบียบที่เหมาะสมยังเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างมาตรฐานความปลอดภัยที่แข็งแกร่งและสอดคล้องกันในระดับโลก
ท้ายที่สุด การเตรียมพร้อมรับมือกับภัยคุกคามทางไซเบอร์จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป ในการสร้างความตระหนักรู้ พัฒนาทักษะ และนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้เพื่อปกป้องข้อมูลและระบบสำคัญจากการโจมตีทางไซเบอร์ที่มีแนวโน้มจะทวีความรุนแรงขึ้นในอนาคต


บริษัท ซอฟท์เดบู จำกัด (Soft De’but Co., Ltd.)
Tel : +662-861-4600

 
ข้อมูลอ้างอิง 
ENG_Website Cover-AI Security คืออะไร (1200 x 630 px).png
09/23/2026
WHAT IS AI SECURITY? Why Organizations Need to Protect Data Before Al Becomes a Business Risk Artificial Intelligence (AI) is rapidly transforming how organizations operate. Technologies such as ChatGPT, Microsoft Copilot, Google Gemini, and AI Agents are helping businesses improve productivity, reduce operational time, and support better decision-making.
ดู 999 ครั้ง
OGTeaser-the importance of multi-factor authentication in cybersecurity-en
08/17/2026
The Importance of Multi-Factor Authentication (MFA) in Cybersecurity MULTI-FACTOR AUTHENTICATION (MFA) Why Multi-Factor Authentication Is Important for Cybersecurity
ดู 999 ครั้ง
OGTeaser-global-intelligence-with-recorded-future-1200x630.png
08/07/2026
พลังข้อมูลระดับโลก กับ Recorded Future คุณกำลังมองหาข้อมูลเชิงลึกที่ครอบคลุมและน่าเชื่อถือใช่หรือไม่? ต้องการทำความเข้าใจสถานการณ์ต่างๆ อย่างรอบด้าน? Recorded Future คือคำตอบของคุณ ด้วยฐานข้อมูลขนาดมหึมาที่รวบรวมข้อมูลจากแหล่งต่างๆ ทั่วโลก Recorded Future นำเสนอประสบการณ์การค้นคว้าและวิเคราะห์ข้อมูลในรูปแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน เปิดโลกทัศน์ใหม่ให้คุณได้สำรวจข้อเท็จจริงและเบื้องหลังของเรื่องราวต่างๆ
ดู 999 ครั้ง